สุขกาย สบายใจ ได้ความรู้ไปกับความงามของศิลปะและวัฒนธรรมไทย ณ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

แชร์เรื่องนี้

< เรื่องโดย… ณัฐฐิฐา เอกธนพิพัฒน์ >

‘อดีต เรื่องราวที่อยู่ในความทรงจำ และไม่อาจหวนกลับไปแก้ไขได้ นอกจากจะเรียนรู้เพื่อเดินหน้าต่อเท่านั้น’

วันนี้เราจะไปดูจุดเริ่มต้นของปัจจุบันกันค่ะ สงสัยกันใช่มั้ยล่ะว่าพูดถึงอะไรกันไม่เห็นเข้าใจ ขึ้นต้นก็พูดถึงแต่อดีต ไหนจะจุดเริ่มต้นของปัจจุบันอีก พากันทำหน้างงกันเป็นแถวเลยล่ะสิ เฉลยเลยแล้วกันคะเดี๋ยวจะพากันงงไปใหญ่ เราจะพาเพื่อนๆมุ่งหน้าไปตามถนนเพชรเกษมกัน นั่นก็คือ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี อย่าสับสนเป็นพิพิธภัณ์หุ่นขี้ผึ้งที่จังหวัดนครปฐมนะคะ ไม่งั้นถ้าไปผิดจะหาว่าไม่บอกไม่ได้นะคะ ที่นี่มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเล่าถึงอดีตกันอย่างอัดแน่นจุใจเลยค่ะ

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ป้าย อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามแห่งนี้เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพรรณที่แข่งกันให้ความร่มรื่นและสดชื่น ตามเส้นทางเดินไปยังส่วนต่างๆ บนพื้นที่ถึง 45 ไร่ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2540 จากความตั้งใจและความคิดของผู้ก่อตั้ง ที่มีรากฐานจากงานหล่อพระพุทธรูป และ งานหล่อประติมากรรมต่างๆ เป็นระยะเวลากว่า 40 ปี จากประสบการณ์ดังกล่าวของผู้ก่อตั้ง ทำให้ท่านมีความคิดที่จะสรรค์สร้างผลงานประติมากรรมรูปเหมือนต่างๆ อย่าง พระสงฆ์ หรือบุคคลสำคัญ ที่ตัวท่านให้ความศรัทธายกย่อง ไม่ว่าจะเป็นแนวความคิดในการทำงานหรือการดำเนินชีวิต จนกระทั่งประสบความสำเร็จ นอกจากนั้นยังมีบ้านจำลองในภาคต่างๆทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย แสดงถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย การจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของที่นี่จะมีการจัดเป็นส่วนๆ ทั้งหมด 7 ส่วนด้วยกัน ความพิเศษของที่นี่ คือ การจัดแสดงในส่วนต่างๆนั้น จะมีทั้งการจัดแสดงในร่มและกลางแจ้ง

อาคารเชิดชูเกียรติ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

การจัดแสดงภายในอาคารเชิดชูเกียรติ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

การจัดแสดงภายในอาคารเชิดชูเกียรติ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

การจัดแสดงภายในอาคารเชิดชูเกียรติ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

เราจะไปเริ่มกันที่ส่วนแรก หลังจากเดินตามทางเดินที่ทางอุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามทำไว้ ส่วนแรกที่เราจะพบท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามและร่มรื่น ก็คือ อาคารเชิดชูเกียรติ มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งที่ทำจากไฟเบอร์กลาสของบุคคลสำคัญต่างๆ ทั้งของไทยแล้วในภูมิภาคเอเชีย พื้นที่จัดแสดงส่วนนี้จะจำลองให้ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกับบ้าน หรือ สถานที่ทำงานของบุคคลท่านนั้นๆ ท่านแรก คือ ม.ล.ปิ่น มาลากุล นักการศึกษาคนสำคัญของประเทศไทย ท่านเป็นผู้ที่ก่อตั้งคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านที่สอง คือ ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ นอกจากท่านจะเป็นนักกฎหมายแล้ว ท่านยังเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยถึง 2 สมัย และยังได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรีอีกด้วยค่ะ ท่านต่อมา คือ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ นักเศรษฐศาสตร์ผู้วางรากฐานนโยบายเศรษฐกิจของประเทศไทย ท่านต่อมา ก็คือ อาจารย์มนตรี ตราโมท บรมครูผู้สืบสานงานดนตรีไทย ท่านต่อมา คือ คุณสืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์ธรรมชาติ ผู้ยอมเสียสละชีพของตนเพื่อรักษาผืนป่าอันเป็นที่รักยิ่ง แม่ชีเทเรซ่า แม่พระผู้เป็นที่รักของชาวโลก ท่านต่อมา คือ วีรบุรุษผู้กอบกู้เอกราชของเวียดนาม ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ รวมทั้งนักปฏิวัติและเป็นผู้นำของประเทศจีน อย่างเหมาะเจ๋อตุงและเติ้ง เสี่ยว ผิง อาคารจัดแสดงแห่งนี้มีการจัดเส้นทางเดินอย่างเป็นระเบียบ และความพิเศษคือ ทางเดินจะวนเป็นวงกลม

ลานพระสามสมัย อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

โบราณสถาน อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

โบราณสถาน อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

เมื่อเดินออกมาจากอาคารเชิดชูเกียรติแล้ว ให้เลี้ยวซ้ายค่ะ เพื่อที่จะไปยังส่วนที่ 2 ลานพระ 3 สมัย จัดแสดงพระพุทธรูปองค์ใหญ่ อย่างสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา และ สมัยเชียงแสน บนลานอันกว้างขวางท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น มีป้ายที่บอกถึงความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ รายละเอียดของพระพุทธรูปของแต่ละสมัย พอเดินจากลานพระ 3 สมัยออกมา จะพบกับน้ำตกจำลองที่ให้ความสดชื่น เย็นสบายกับผู้ที่เดินผ่าน เมื่อเดินต่อจะพบกันส่วนที่ 3 ของพิพิธภัณฑ์แล้วค่ะ

ถ้ำชาดก อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

ส่วนที่ 3 คือ ถ้ำชาดก ในบริเวณนี้จะมีการจำลองพื้นที่ให้เสมือนว่าเป็นถ้ำจริงๆ การจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งนั้นจะแสดงเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดก เป็นการแสดงเรื่องราว หรือ เหตุการณ์ต่างๆตามลำดับที่เกิดขึ้น ทั้งในรูปแบบแสง สี เสียง อย่างในตอนของชูชกขอกัญหาชาละจากพระเวสสันดร หรือ ตอนที่ชูชกกินจนท้องแตกตาย

พระเกจิชื่อดัง อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

ไปต่อกันที่ส่วนที่ 4 ค่ะ นั่นก็คือ กุฏิพระสงฆ์ และหอสวดมนต์ ในส่วนนี้จะมีการจัดแสดงเป็นกุฏิพระสงฆ์จริงตามภาคต่างๆของประเทศไทยทั้ง 4 ภาคเลยค่ะ มีการจัดประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งจำลองพระอริยสงฆ์ ผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพบูชาของประชาชน ในส่วนนี้จะมีเสียงบันทึกบรรยายประวัติของแต่ละท่านให้ทราบตลอดเวลาค่ะ แบ่งเป็น 4 ภาคเริ่มตั้งแต่ภาคกลาง ดังนี้

  • กุฏิพระสงฆ์ภาคกลาง: สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระสังฆราช
  • กุฏิพระสงฆ์ภาคเหนือ: ครูบาศรีวิชัย สิริวิชโย วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
  • กุฏิพระสงฆ์ภาคอีสาน: พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร, หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญบรรพต อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย
  • กุฏิพระสงฆ์ภาคใต้ พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ (หลวงปู่ทวด) วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี, พระครูวิสัยโสภณ (พระอาจารย์ทิม ธัมมธโร) วัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี

มาถึงในส่วนที่ 5 แล้วนะคะ ในส่วนนี้จัดแสดงเป็นหอสวดมนต์ ประดิษฐานหุ่นจำลองของพระท่านต่างๆในลักษณะร่วมประชุมกัน ได้แก่ หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน จ. พิจิตร, หลวงพ่อทองคำ (พระเมตตาวิหารคุณ) วัดบึงบา จ. ปทุมธานี  หลวงปู่สุภา กันตสีโล วัดสิลสุภาราม จ.ภูเก็ต, หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดระหารไร่ จ.ระยอง, หลวงปู่คำพัน โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย  จ.นครพนม

เรือนไทยสี่ภาค อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

ส่วนต่อไปเป็นส่วนที่ 6 ค่ะ เดินตามทางเดินไปเรื่อยๆ จะพบกับบ้านไทยจำลอง 4 ภาคค่ะ เป็นการจำลองบ้านแบบไทยตามลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ภายในตัวบ้านหรือบริเวณบ้านแต่ละหลังนั้น จะมีการจัดแสดงที่จะจำลองถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยภาคต่างๆในแต่ละภาค รวมทั้งสภาพทางสังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

พระอวโลกิเตศวร อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

ตอนนี้เราเดินกันมาถึงส่วนที่ 7 แล้วค่ะ ในส่วนนี้ คือ ลานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร มีการจำลองพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่จัดว่าเป็นศิลปะแบบกลาง ปลายสมัยราชวงศ์ซ้อง ของจีน เป็นการจัดแสดงหรือจำลองพระโพธิสัตว์กวนอิมในท่านั่งมหาราชลีลา ลักษณะเป็นบุรุษเพศ ตามประวัติเดิมพระโพธิสัตว์ ล้วนมีรูปปั้นเป็นบุรุษเพศโดยมีต้นเกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ทรงเครื่องแต่งกายอย่างงามสง่าอย่างกษัตริย์

และไม่เพียงแต่อาคารจัดแสดงต่างๆเหล่านี้เท่านั้นนะคะ ภายในพื้นที่อันกว้างขวางและร่มรื่นของอุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามแห่งนี้ ยังมีสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้ผู้ที่เดินทางมาที่นี่ได้พักผ่อนหย่อนใจ อย่างน้ำตกจำลองขนาดใหญ่ตรงบริเวณทางออกของถ้าชูชกตามที่ได้เล่าไปแล้วนะคะ น้ำตกในบริเวณนี้สร้างขึ้นจากการนำก้อนหินขนาดใหญ่หลากหลายก้อนมาจัดวาง เพื่อที่จะจัดให้มีความลดหลั่นกันไปเสมือนน้ำตกจริงอย่างเป็นธรรมชาติและสวยงาม นอกจากนั้นยังมีบ้านกาแฟที่ให้บริการเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นกาแฟสด น้ำสมุนไพรและขนมต่างๆ พร้อมกับมุมนั่งพักที่จัดไว้บริเวณริมลำธาร มี 2 หลังด้วยกัน โดยในหลังแรกนั้นจะตั้งอยู่ใกล้กับถ้ำชูชก ส่วนหลังที่ 2 จะตั้งอยู่ระหว่างบ้านไทย 4 ภาคและลานพระโพธิสัตว์ฯ รวมทั้งภายในบริเวณการจัดแสดงงานต่างๆของทางพิพิธภัณฑ์และบริเวณทางเดินนั้น จะมีการจัดวางเก้าอี้ไว้เป็นจุดๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักและชื่นชมกับธรรมชาติได้ตลอดเวลา นี่ยังไม่รวมถึงร้านอาหาร ศูนย์จำหน่ายสินค้าโอทอป และห้องแสดงงานศิลปะที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมหรือเลือกซื้อผลงานอันสวยงามและมีค่าที่ตนถูกใจจากศิลปินหลากหลายคนได้อีกด้วย อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามแห่งนี้จัดว่าอัดแน่นไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามร่มรื่น และสาระความรู้ที่จะทำให้เพื่อนๆที่มาเที่ยวได้เดินเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดกันแบบเบาๆสบายๆ ไม่เหนื่อย เป็นการใช้พื้นที่ 45 ไร่ได้คุ้มค่าและได้ประโยชน์มากๆเลยค่ะ ใครที่ยังไม่เคยมาล่ะก็ พลาดไม่ได้เลยนะคะ

วีดีโอเกี่ยวกับ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

แผนที่และการเดินทางสู่ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม

ที่ตั้ง: 41/1 ม.3 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี

ติดต่อ: โทร 032-381401, 032-381404

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ วิ่งมาตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่ จ.ราชบุรี จนถึงสี่แยกบางแพ ให้เลี้ยวซ้ายไปทางที่จะไป อ.ดำเนินสะดวก เลยแยกมาไม่ไกลจะเจอ “วัดหลวง” อยู่ทางฝั่งซ้ายมือเตรียมตัวกลับรถ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามตั้งอยู่เยื้องๆ วัดทางฝั่งขวามือ

ช่วงเวลาท่องเที่ยว:

  • วันจันทร์-วันศุกร์ 09.00-16.30 น.
  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ และ วันหยุดนัตขฤกษ์ 18.30 –17.00 น.

อัตราค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็กและพระสงฆ์ 40 บาท, สำหรับชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท

ลิงก์ผู้สนับสนุน

แชร์เรื่องนี้